เครื่องถ่ายเอกสารอันตรายอย่างไร

ปัจจุบันภายในองค์กร หรือสำนักงานต่างๆ มักจะมีเครื่องถ่ายเอกสารใช้กันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องใช้สำนักงานอื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ระบบแสงเลเซอร์ เครื่องพิมพ์เขียว เครื่องโรเนียว เครื่องโทรสาร เครื่องปรุกระดาษไข เป็นต้น รู้หรือไม่ ว่าอุปกรณ์พวกนี้นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้งานได้ เมื่อใช้เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกับผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารเป็นประจำตลอดทั้งวัน หรือผู้ที่อยู่ในห้องที่มีเครื่องถ่ายเอกสารตั้งอยู่มักจะได้กลิ่นสารเคมีหรือ แสงจากเครื่องถ่ายเอกสารเข้าตาอยู่เสมอ ทำให้เกิดความรำคาญ และเกิดความรู้สึกไม่สบายหรือผลเสียต่อสุขภาพก็อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการใช้เครื่องถ่ายเอกสารและอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของเรานั้นสามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานของตัวท่านเอง คือการจัดวางอุปกรณ์ให้อยู่ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศได้ดี และบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ดีพอ

อะไรบ้างจากเครื่องถ่ายเอกสารที่เป็นอันตราย

1.แสงเหนือม่วง เป็นแสงที่ทำอันตรายต่อดวงตาจองเรามากการสัมผัสแสงจ้า ที่เครื่องถ่ายเอกสารเป็นเวลานาน จะเป็นสาเหตุของอาการปวดตา และปวดศีรษะได้

2. ก๊าซโอโซน เป็นก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาในกระบวนการถ่ายเอกสาร โดยทั่วไปโอโซนเป็นก๊าซทำความระคายเคือง แต่การสัมผัสก๊าซนี้เป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบประสาทของเราได้

3. ฝุ่นผงหมึกพิมพ์ เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอาจเป็นสาเหตุให้เป็นโรคภูมิแพ้ได้ และเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งอีกด้วย

 

สิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

ก๊าซโอโซน (Ozone, O3) เกิดจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ที่มีความดันไฟฟ้าแรงสูง เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ เครื่องเชื่อมโลหะไฟฟ้า เป็นต้น สำหรับในเครื่องถ่ายเอกสารนั้นโอโซน ส่วนใหญ่เกิดจากการอัดและปล่อยประจุไฟฟ้าที่ ลูกกลิ้งและกระดาษ โอโซนบางส่วนเกิดจากการ ปล่อยแสงเหนือม่วง (แสงอัลตราไวโอเลต : UV) จากหลอดไฟพลังงานสูงของเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งแสงเหนือม่วงนี้ จะทำให้ออกซิเจนในอากาศ รวมตัวกันเป็นโอโซนง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามใน สภาวะปกติหรือในสำนักงานทั่วไป โอโซนจะ สลายตัวเป็นออกซิเจนได้ภายใน ๒-๓ นาที อัตราการสลายตัวของโอโซนขึ้นอยู่กับระยะเวลา อุณหภูมิ (โอโซนสลายตัวได้เร็วยิ่งขึ้นในที่ที่มีอุณหภูมิสูง) การระบายอากาศ และพื้นผิววัตถุที่โอโซนสัมผัส ถ้าเป็นถ่านปลุกฤทธิ์ (activated car- bon) ก็จะทำให้โอโซนสลายตัวได้ถึงร้อยละ ๑๐๐ ดังนั้นเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จึงมีแผ่นกรอง ที่ทำด้วยถ่านปลุกฤทธิ์ติดอยู่ด้วย เพื่อสลายโอโซน ก่อนปล่อยออกภายนอกเครื่อง

 

ค่ามาตรฐานการสัมผัสโอโซนสำหรับ ๘ ชั่วโมงการทำงานของประเทศญี่ปุ่น และออสเตรเลีย คือ ๐.๑ ส่วนในล้านส่วน (parts per million, ppm) ส่วนมติที่ประชุมของนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม ภาครัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา (American Conference of Governmental Industrial Hygienists, ACGIH) ได้กำหนดค่าที่ยอมให้มีได้ในบรรยากาศการทำงาน (Threshold Limit Value, TLV) ของโอโซนเป็น ๐.๑ ส่วนในล้านส่วน เช่นเดียวกัน แต่เป็นค่าที่ไม่ยอม ให้มีเกินค่านี้ในบรรยากาศการทำงาน ไม่ว่า ในเวลาใดก็ตามค่า ceiling ระดับความเข้มข้นของ โอโซนที่ ๑๐ ส่วนในล้านส่วน เป็นระดับที่ทำ อันตรายต่อชีวิตและสุขภาพทันที (Immediately Dangerous to Life and Health, IDLH)

 

ผลกรทบต่อสุขภาพระยะสั้น

โอโซนที่ระดับความเข้มข้นต่ำ (๐.๐๑-๐.๐๒ ส่วน ในล้านส่วน) ก็สามารถตรวจสอบกลิ่นได้แล้ว โอโซนในระดับความเข้มข้น ๐.๒๕ ส่วนในล้านส่วนขึ้นไป มีผลทำให้เกิดความระคายเคืองต่อตา จมูก และคอ ทำให้หายใจสั้น วิงเวียน และปวดศีรษะได้ นอกจากนี้ยังพบว่า เป็นสาเหตุของความล้า และการสูญเสียประสาทรับรู้กลิ่นด้วย ผู้ที่ไม่ควรสัมผัสโอโซนเลยคือคนที่มีโรค ทางระบบหายใจอยู่แล้ว เช่น โรคหอบหืด เป็นต้น

ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

การสูดหายใจเอาโอโซนเข้าไปเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำอันตรายต่อปอดได้ พบได้บ่อยในคนงานเชื่อมโลหะไฟฟ้า ไม่ค่อยพบในผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายเอกสาร

คำแนะนำในการถ่ายเอกสารอย่างปลอดภัย

1.การถ่ายเอกสารทุกครั้ง ควรปิดฝาครอบให้สนิท ในกรณีที่ไม่สามารถปิดฝาครอบให้สนิทได้ ควรหลีกเลี่ยงการมองไปยังเครื่องถ่ายเอกสาร เพื่อป้องกันสายตา

2. ควรติดตั้งพัดลมดูดอากาศเฉพาะที่ ในห้องถ่ายเอกสาร เพื่อระบายอากาศออกไปด้านนอก

3. ควรสวมถุงมือขณะเติมหมึกหรือเคลื่อนย้ายผงหมึก และในกรณีที่จำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกันการหายใจด้วย นอกจากนี้ควรขอรับเอกสารข้อมูลความปลอดภัย ในการใช้สารเคมีจากบริษัทผู้ผลิต หรือผู้ขาย

4. ผงหมึกพิมพ์ที่ใช้แล้ว ควรนำไปกำจัด โดยใส่ลงในภาชนะที่ปิดมิดชิด รวมไปถึงผงหมึกที่หกเลอะเทอะ หรือฟุ้งกระจายออกมา ขณะทำการเติมผงหมึกด้วย

5. เมื่อจะซื้อเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหม่ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า มีระบบการเติมผงหมึกที่ปลอดภัย และมีภาชนะบรรจุเศษผงหมึกในเครื่อง เครื่องถ่ายเอกสารไม่ทำงาน หรือเครื่องจะดับอัตโนมัติ เมื่อภาชนะบรรจุเศษผงหมึกในเครื่องเต็มแล้ว

6. ควรแน่ใจว่า เครื่องถ่ายเอกสารได้รับการบำรุงรักษาเป็นประจำ

7. ไม่ควรจัดวางเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องทำงาน ควรจัดแยกไว้ในห้องถ่ายเอกสารโดยเฉพาะ หรือไว้ในมุมห้อง ที่ไกลออกไปจากคนทำงาน และ มีการระบายอากาศ ที่เหมาะสมภายในห้องนั้น

8. ไม่ควรทำงานถ่ายเอกสารตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว

9. สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ให้บริการซ่อม หรือบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร ควรสวมถุงมือยาง แบบใช้แล้วทิ้ง ขณะทำงาน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับลูกกลิ้ง

10. ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องถ่ายเอกสาร ควรได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมดังนี้

  • ผู้ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร ควรได้รับการฝึกอบรม เกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องถ่ายเอกสารอย่างเหมาะสม และปลอดภัย

ผู้ที่ดูแลรับผิดชอบเครื่องถ่ายเอกสาร ควรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย และการเก็บสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการถ่ายเอกสาร รวมไปถึงการนำสารเคมีมาใช้ และการกำจัดของเสียด้วย

เกร็ดความรู้จาก www.skoaservice.com