เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Laser Printer

ก่อนหน้าทศวรรษที่ 1940 การทำสำเนาเอกสารหรือภาพเป็นงานที่หนัก เสียเวลาและเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ต้องมีการปรุกระดาษไขหรือภาพถ่ายต้นฉบับก่อนเข้าเครื่องอัดสำเนาแบบเก่าที่ ใช้หมึก

เครื่องถ่ายเอกสารในสมัยนี้ เป็นแบบใช้ไฟฟ้าสถิต สามารถถ่ายสำเนาขาวดำ 135 แผ่นต่อนาทีและทำสำเนาที่สามารถ ย่อขนาด หรือเพิ่มขนาดของ ต้นฉบับ เมื่อกดปุ่มที่ควบคุมโดยไมโครโปรเซสเซอร์ซึ่งขอบอกว่าใครได้เห็นภายใน เครื่องถ่ายเอกสารโดยเฉพาะระบบไฟฟ้าแล้วจะคิดไม่ถึงว่าอะไรจะซับซ้อนได้ ขนาดนี้ แผงวงจรรวมไม่รู้กี่แผง สายไฟต่อระหว่างแผงวงจรเป็นมัดๆ ดูสับสนยุ่งเหยิงไปหมด เป็นอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาก

แสงฟลูออเรสเซนซ์หรือแสงฮาโลเจนที่ส่งไปยังต้นฉบับซึ่งสแกนตรวจโดยกระจกที่ เลื่อนไปมาข้างใต้ต้นฉบับจะฉายภาพไปยังกระบอกหมุนซึ่งอัดไฟฟ้าสถิต กระบอกหรือดรัม ( Drum) เคลือบด้วยวัสดุที่นำไฟฟ้าด้วยแสงคือนำไฟฟ้าเมื่อแสงส่องไปถูก กระบอกจะอัดไฟฟ้าสถิตในที่มืดขณะที่หมุนผ่านสารเพิ่มความไวแสงที่ความต่าง ศักย์สูง เมื่อแสงส่องไปยังต้นฉบับส่วนที่เป็นสีดำของภาพจะติดอยู่บนกระบอก ส่วนที่เป็นสีขาวบนต้นฉบับจะสะท้อนแสงไปบนกระบอกและสลายประจุบนกระบอกออกไป เหลือประจุบวกเป็นตัวอักษร เช่น ก ข a b c d ลองนึกดูว่าบนตัวอักษรเหล่านี้เป็นเส้นที่มีประจุบวกอยู่ รวมไปถึงรูปภาพ หน้าคน ต้นไม้ ภูเขา ก็ประกอบด้วยประจุบวกเต็มไปหมด

สารเปลี่ยนสีหรือ Toner ที่ถูกถ่ายไปยังกระบอกหรือ Drum จะถูกดูดไปยังส่วนที่มีประจุไฟฟ้าบวกซึ่งตรงกับส่วนที่เป็นสีดำ กระดาษสำเนาที่มีประจุไฟฟ้าจะดึงดูดสารเปลี่ยนสีซึ่งจะหลอมเข้าด้วยกันโดย ลูกกลิ้ง

เครื่องถ่ายเอกสารสีชนิดใช้แสงเลเซอร์สามารถสร้างสีที่เหมือนจริงยิ่งขึ้น ภาพต้นฉบับที่ถูกสแกน 3 ครั้งจะถูกส่งไปยังแผ่นเซลล์ไวภาพ ( Photosensitive cells ) ถ้าเป็นกล้องดิจิตอลสมัยใหม่น่าจะตรงกับส่วนที่เป็นอุปกรณ์ตรวจจับแสงที่ เป็นชิปเซนเซอร์ที่เรียกว่า ccd หรือ charged coupled device แบบหนึ่งหรือเซนเซอร์รับแสงอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า cmos หรือ complimentary metal-oxide semiconductor ที่มีมานานแล้ว อุปกรณ์นี้จะถ่ายเทประจุซึ่งจะแปรเป็นสัญญาณ digital แล้วป้อนสัญญาณเข้าเครื่องเลเซอร์ซึ่งจะส่งออกมาเป็นสัญญาณแสงเพื่อสร้าง ภาพทีละเส้นบน Drum ที่อัดไฟฟ้าสถิตและมีสภาพนำไฟฟ้าด้วยแสง ( Photoconductive )

จริงๆแล้วเครื่องถ่ายเอกสารกับเครื่อง laser printer มีส่วนต่างกันแค่กระบวนการสร้างภาพบน drum เท่านั้น ขั้นตอนหลังจากนั้นจะเหมือนกัน เครื่องถ่ายเอกสารจะสร้างภาพโดยการสลายประจุบน drum โดยการสะท้อนแสงบนกระดาษส่วนที่ว่างไปบน drum และสลายประจุที่อยู่บน drumให้เป็นกลาง ให้เหลือแต่ประจุบวกบน drum ที่เป็นตัวอักษรและรูปภาพแล้วดึงเอา tonerหรือสารที่ทำให้เกิดสีที่ติดอยู่กับ developer และมีประจุลบ ให้ไปติดกับกระดาษ ส่วน laser printer ใช้แสง laser สร้างประจุโดยตรงบนดรัมแล้วดึงเอา toner จากดรัมให้ไปติดบนกระดาษอีกที

เพราะฉะนั้น drum จึงเป็นส่วนสำคัญมากของทั้งเครื่องถ่ายเอกสาร( photocopier) และเครื่อง laser printer ราคาจึงค่อนข้างแพง ความชัดเจนของเอกสารที่ถ่ายจึงขึ้นอยู่กับ drum อย่างมาก โดยทั่วไปก็จะเป็น selenium drum ซึ่งในตัวเครื่องจะมีระบบทำความสะอาดอยู่ในตัวอยู่แล้วที่เรียกว่าใบมีดทำ ความสะอาดหรือ cleaning blade ซึ่งเป็นใบมีดยางหรือพลาสติก (rubber or cleaning blade ) ที่ติดอยู่กับตัว drum ไว้ใช้ขูดเอา toner ส่วนเกินหรือไม่ใช้แล้วออกไปแล้วมีใบมีดเก็บหรือ recovery blade เก็บกวาดเอา toner เข้าไปไว้ในที่เก็บอีกที

สุดท้าย toner ที่ติดแน่นบน drum ที่ยังไม่หมด เท่าที่รู้มาและเป็น selenium drum จะใช้ isopropyl accohol 90% ทำความสะอาด โดยใช้ผ้าสะอาดเนื้อนุ่มไม่เป็นขุยชุบทำความสะอาด แต่ใช้เฉพาะ selenium drum เท่านั้น เพราะถ้า drum ไม่สะอาดหรือเป็นรอยขูดขีด จะทำให้คุณภาพของเอกสารที่ถ่ายแย่ลง อาจจะเกิดภาพซ้อน เป็นรอยขีดหรือเป็นจุดดำอยู่ทั่วกระดาษ การทำความสะอาด drum จึงต้องระวังเป็นอย่างมาก ห้ามทำให้เกิดรอยขึ้นบน drum อย่างเด็ดขาด ส่วนถ้าเป็น OPC drum หรือ organic photoconductor drum และเป็นเทคโนโลยีล่าสุดและยังไม่แพร่หลายมากนักห้ามใช้ alcohol ทำความสะอาด เพราะจะทำความเสียหายให้กับ drum ได้ ตัว corona wires ที่ใช้สร้างประจุบวกบน drum และกระดาษก็เป็นส่วนที่สำคัญมากเช่นกัน การทำความสะอาดจึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายกับส่วนนี้ Corona wires ก็มีผลอย่างมากกับคุณภาพของเอกสารที่ถูกถ่ายเช่นกัน

ถ้ามั่นใจว่าทำเองได้และไม่ทำให้ส่วนของ drum เสียหายก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็เรียกใช้บริการของศูนย์ก็จะดีกว่า